นมเปรี้ยวทอด จากซีรีย์ดัง

นมเปรี้ยวทอด

นมเปรี้ยวทอด ส่วนประกอบและขั้นตอนการทำ

นมเปรี้ยวทอด

นมเปรี้ยวทอด ขั้นตอนการทำ
1. ตอกไข่ไก่แล้วตีให้เข้ากัน (ใช้ไข่ประมาณ 3-4 ฟอง)
2. เทแป้งสาลีลงบนโต๊ะ เกลี่ยแป้งให้เป็นหลุมตรงกลาง จากนั้นก็เทไข่ลงไป ผสมไข่กับแป้งให้เข้า (ไม่ต้องนวดไข่ไปกับแป้งทั้งสิ้น เอาแค่แป้งที่พอเพียงติดกับไข่ แล้วนวดกันจนเป็นแป้งขนมปัง)
3. นวดแป้งให้เหมาะ จากนั้นก็แบ่งแป้งให้เป็นก้อน ก้อนละเท่าๆกัน
4. คลึงแป้งให้เป็นแผ่น จากนั้นก็ทานมเปรี้ยวลงไป (โยเกิร์ตผสมกับนมเปรี้ยว) เสร็จแล้วจับแป้งเก็บเป็นก้อนกลมเหมือนเดิม โดยให้นมเปรี้ยวอยู่ด้านใน
5. (ไม่มีฉากคลุกเกล็ดขนมปัง แต่แอบเห็นติดอยู่ที่แป้งก่อนทอด) นำแป้งไปคลุกกับเกล็ดขนมปังบางส่วน จากนั้นก็นำไปทอดด้วยน้ำมันร้อน
6. ทอดจนกระทั่งแป้งเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองทอง แล้วต่อจากนั้นก็นำขึ้นมา แล้วราดด้วยเหล้าจีน จากนั้นก็จุดไฟเลย

ที่มา food.mthai

เต้าส่วน หวานเหนียวหอมอร่อยลงตัว

เต้าส่วน

สูตรไม่ลับ เต้าส่วน

เต้าส่วน

เต้าส่วน ส่วนประกอบ ตัวขนม
ถั่วเขียวส่วน 400 กรัม
น้ำเปล่า 1 ลิตร
แป้งมัน 3 ช้อนโต๊ะ
แป้งท้าวยายม่อม 3 ช้อนโต๊ะ
กะทิ 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย

ส่วนประกอบ หน้าขนม
กะทิ 1/2 ถ้วย
เกลือ 2 ช้อนชา
ใบเตย 5 กรัม

วิธีทำเต้าส่วน
1. ล้างถั่วเขียวซีกให้สะอาด ล้างจนน้ำที่ล้างเริ่มใส หลังจากนั้นก็แช่ทิ้งเอาไว้ 2 ชั่วโมง เมื่อครบชั่วโมงแล้วก็เทน้ำทิ้งแล้วนำไปนึ่งอีก 25 นาที
2. ตั้งหม้อใส่น้ำ รอให้น้ำเรอ่มร้อน แต่ว่าไม่ต้องปล่อยให้เดือด แล้วต่อจากนั้นผสมแป้งมันกับน้ำเย็นก่อน จากนั้นก็เทใส่ลงไปในน้ำร้อน แล้วคนไปพร้อมๆกับเทแป้งลงไป ขั้นตอนต่อไปก็ใส่แป้งเท้าโดยการทำดังแป้งมันเหมือนเดิม หลังจากนั้นก็เพิ่มเติมน้ำกะทิลงไป คนให้เข้ากัน
3. เทถั่วเขียวลงไป ใส่น้ำตาลทรายแล้วคนมห้น้ำละลาย จากนั้นก็ปิดไฟให้ใส่ถ้วยพักไว้
4. ทำหน้าขนม เทกะทิลงไปในหม้อ เปิดไฟอ่อน แล้วก็เติมเกลือลงไปให้กะทิมีรสชาติขม มัดปมใบเตยลงไปให้หอม เสร็จแล้วก็ตักใส่ถ้วยแยกไว้ จัดเสิร์ฟแล้วค่อยตักขนมแล้วตักกะทิราดลงด้านบน

ที่มา food.mthai

วุ้นกะทิลอดช่อง หอมหวานน่าทานสุดๆ

วุ้นกะทิลอดช่อง

วุ้นกะทิลอดช่อง ขั้นตอนการทำ

วุ้นกะทิลอดช่อง

วุ้นกะทิลอดช่อง ส่วนผสมต่างๆ

ส่วนที่ 1 วุ้นชั้นน้ำตาลมะพร้าว
กะทิ 2 ถ้วย
น้ำตาลมะพร้าว 100 กรัม
เกลือ 2 ช้อนชา
ผงวุ้น 1/2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนที่ 2 วุ้นชั้นลอดช่อง
กะทิ 500 มิลลิลิตร
เกลือ 2 ช้อนชา
ลอดช่อง 300 กรัม
ผงวุ้น 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ วุ้นกะทิลอดช่อง
1. กวนกะทิกับน้ำตาลมะพร้าว กวนด้วยไฟอ่อน จากนั้นก็ใส่เกลือลงไป ตามด้วยผงวุ้น จากนั้นก็คนให้ผงวุ้นละลาย
2. เทวุ้นใส่ถาดพิมพ์ จากนั้นก็พักทิ้งไว้ 20 นาที ระหว่างรอให้ไปทำวุ้นชั้นลอดช่อง
3. นำกะทิตั้งไฟอ่อน ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นก็ใส่ลอดช่องลงไป โรยผงวุ้นแล้วคนจนวุ้นละลาย
4. เทวุ้นชั้นลอดช่องทับไปบนวุ้นชั้นกะทิ เกลี่ยให้ลอดช่องกระจานให้ทั่วพิมพ์ เสร็จแล้วก็นำไปแช่เย็น 20 นาที นำออกมาตัดให้เท่ากัน

ที่มา food.mthai

ซาลาเปาไส้ครีม หอมนุ่มหวาน

ซาลาเปาไส้ครีม

ซาลาเปาไส้ครีม สูตรคัสตาร์ด

ซาลาเปาไส้ครีม

ซาลาเปาไส้ครีม ส่วนประกอบ(ราวๆ 25 ลูก)
ส่วนที่ 1 แป้งเชื้อ
น้ำอุ่น 200 มล.
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งซาลาเปา 375 กรัม (วันนี้ใช้แป้งสาลีอเนกประสงค์ ตราบัวแดง)

ส่วนที่ 2 แป้งโดว์
แป้งซาลาเปา ตราบัวแดง 150 กรัม
เกลือ 1 ช้อนชา
ผงฟู 2 ช้อนโต๊ะ
สารเสริมคุณภาพเอสพี 10 กรัม (ไม่มีไม่ต้องใส่ได้นะคะ)
น้ำ 40 มล.
น้ำตาล 100 กรัม
เนยขาว 25 กรัม
น้ำมันพืช 50 กรัม

ส่วนประกอบ ไส้ครีมคัสตาร์ด
ไข่ไก่ 4 ฟอง
น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ช้อนโต๊ะ
ผงคัสตาร์ด 2 ช้อนโต๊ะ
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
นมผง 2 ช้อนโต๊ะ
เนยจืดละลาย 1 ถ้วย
นมสดจืด 1/2 ถ้วย

แนวทางการทำซาลาเปา
เริ่มด้วยแนวทางการทำไส้ครีมคัสตาร์ดกันก่อน เนื่องจากจำเป็นจะต้องทำให้ไส้เย็นก่อนที่จะเอามาประกอบในซาลาเปาค่ะ เริ่มจากตอกไข่ใส่อ่างผสม 4 ฟอง ตีให้เข้ากัน จากนั้นเพิ่มน้ำตาลทราย คนด้วยตะกร้อมือให้น้ำตาลละลาย
ใส่แป้งข้าวโพด แป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงคัสตาร์ด แล้วก็นมผง หลังจากนั้นคนต่อให้เหมาะดี
แล้วจะเติมกลิ่นวานิลลาแบบน้ำค่ะ หอมมากเลย แล้วคนให้เข้ากันดี นำมาใส่กระชอนกรองให้เนื้อไข่รวมทั้งเศษของแป้งต่างๆแยกจากกัน เนื้อครีมคัสตาร์ดจะได้เนียนดีค่ะ
กรองเสร็จก็จะมาทำการตุ๋น โดยต้มน้ำเดือดใส่หม้อ 1 ใบ รวมทั้งนำภาชนะที่เราใส่ครีมที่กรองไว้มาตั้งบนหม้อที่มีน้ำร้อนเดือด ทำการคนตลอด กับนำเนยละลายค่อยๆเทใส่ในครีมคัสตาร์ดที่พวกเราต้ม กวนกระทั่งข้นตามต้องการ จะมีความคิดเห็นว่าเมื่อถึงที่เหมาะจะเห็นเส้นของตะกร้อและก็เนื้อครีมจะข้นเหมือนแป้งเปียกแบบในรูปค่ะ
กวนเสร็จแล้วให้เทใส่ถ้วย ปิดด้วยพลาสติก วิธีปิดพลาสติกขอให้กดลงให้ใกล้กับเนื้อครีมแบบไม่ให้อากาศเข้า-ออกด้วยนะคะ แล้วนำเข้าตู้เย็นเลยค่ะ พักให้เย็นสนิท
ถัดไปมาทำแป้งซาลาเปากันค่ะ ลำดับแรกทำแป้งเชื้อก่อน โดยนำน้ำอุ่นมาผสมน้ำตาล แล้วเทยีสต์ใส่ลงไป คนให้เข้ากัน พักไว้ 5 นาที (ของตาพักนานไปหน่อย ยีสต์เป็นฟองล้นแก้ว) นำแป้งตราบัวแดงมาใส่อ่าง ร่อนก่อนนะคะ แล้วนำยีสต์ที่พักไว้มาเทลงในอ่างผสม ผสมให้เข้ากัน จะนวดด้วยเครื่อง หรือนวดมือก็ได้ค่ะ
นวดไปสัก 20 นาที หากนวดมือก็ 30 นาทีได้ค่ะ จนแป้งเข้ากันเนียนดี นำพลาสติกปิดให้เรียบร้อย แล้ววางในห้องปกติ ส่วนตานำไปพักเอาไว้ในเตาอบ แต่ว่าไม่ต้องเปิดเตานะคะ พักไว้ 1 ชั่วโมง
แป้งบ้านพักไว้หนึ่งชั่วโมง
จากนี้ทำแป้งโดว์กันค่ะ โดยนำแป้งเชื้อส่วนที่ 1 มาผสมกับแป้งซาลาเปาส่วนที่ 2 ค่ะ
ใส่ของแห้งทั้งหมดลงในในโถ มีแป้ง ผงฟู และก็เกลือ แล้วนำโถนวดไปเข้าเครื่อง ส่วนถ้าจะนวดมือก็ได้เลยนะคะ แม้กระนั้นจะนวดใช้เวลานานสักนิดสักหน่อย ตาจะใส่เอสพีด้วย แต่ถ้าหากไม่มีก็ไม่ต้องใส่นะคะ แล้วเปิดเครื่องนวดจนเข้ากัน
นำน้ำกับน้ำตาลในส่วนของแป้งโดว์มาผสมกันให้ละลาย ระหว่างที่นวดก็ทยอยใส่เนยขาว น้ำมันพืช แล้วก็น้ำที่ผสมน้ำตาล นวดให้เข้ากันได้ ใช้เวลาเครื่องนวด 20-25 นาที เปิดเบอร์ 1 ถึงเบอร์ 3 ค่อยๆตะล่อมแป้งในโถด้วย ช่วยทำให้แป้งเข้ากัน แล้วนวดถัดไป จนถึงดูว่าเนื้อเนียนค่ะ
อย่างงี้พอดีแล้ว
ใช้มือนวดทำเป็นก้อนกลม ใส่โถเดิม พักอีก 1 ชั่วโมงค่ะ
ภายหลังพวกเราพักแป้งที่ผสมจากการใช้แป้งเชื้อ รวมกับแป้งส่วนที่ 2 ก็จะขึ้นเป็น 2 เท่าแบบที่เห็น แล้วต่อจากนั้นให้ใช้มือต่อย ตีเบาๆไล่อากาศ แล้วก็ค่อยนำออกมานวดมืออีกนิดเดียว หากแป้งติดมือ ให้ใช้แป้งทาหน้าทามือนิดหนึ่งแล้วนวด แต่จากการที่ทำ แป้งจะไม่ติดมือแล้วนะคะ รวมทั้งเห็นว่าแป้งเนื้อจะเป็นใยๆนุ่มๆ
เมื่อนวดนิดหน่อย เนียนมือแล้วให้นำมาตัดแบ่งเป็นก้อนเล็กๆก้อนละ 30 กรัมค่ะ จะได้ราว 25 ก้อนนะคะ แล้วกดให้เป็นก้อนกลม นำใส่ถาด ปิดด้วยผ้าขาวบาง พักไว้อีก 15 นาทีค่ะ
ระหว่างคอยแป้งอีก 15 นาที พวกเราจะนำไส้ครีมคัสตาร์ดออกจากตู้เย็น ตอนนี้จะเซตตัวแล้วนำมาปั้นเป็นก้อนกลม วันนี้ใช้ที่ตักไอติมมาเป็นตัวช่วย ถ้าจะชั่งน้ำหนักก็ 20 กรัมจะกำลังพอดีจ้ะ หรือมากยิ่งกว่านั้นก็ได้นิดหน่อย แต่กลัวแป้งซาลาเปาจะปิดไม่มิดค่ะ ปั้นเตรียมใส่ถาดพักไว้ค่ะ
หลังพักแป้งซาลาเปา 15 นาที ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วก็มาขึ้นลูกซาลาเปากันเถอะ นำแป้งมาใช้ไม้คลึงเป็นแผ่นกลมวางไส้ครีมคัสตาร์ดลงตรงกลาง บีบแป้งให้เข้าพบกันปิดให้มิดและคว่ำลูกซาลาเปา ใช้มือกดให้เป็นลูกกลม วางในกระดาษลอกลายที่ตัดเป็นสี่เหลี่ยมเตรียมไว้
แล้วนำซาลาเปาไปวางในซึ้งได้เลยค่ะ วางให้ห่างกันอย่าติดกันมากนะคะ ให้มีพื้นที่ไอความร้อนขึ้นมาด้วย พักซาลาเปาในซึ้งอีก 10-15 นาทีค่ะก่อนนำไปนึ่ง
ตั้งน้ำให้เดือดจัด นำซาลาเปาที่พักไว้ นำมาขึ้นตั้งบนซึ้งที่มีน้ำเดือด วันนี้ตานึ่ง 2 ชั้นเลยค่ะ นึ่งราว 20 นาทีค่ะ
ข้างหลังนึ่ง 20 นาที ซาลาเปาก็สุก น่าลิ้มลองมากมายเลย ให้นำซาลาเปาออกจากซึ้งทันทีนะคะ วางบนที่กรองที่มีจ้ะ ด้านใต้ซาลาเปาจะไม่แฉะน้ำค่ะ
ซาลาเปาเสร็จพร้อมกินได้แล้วค่ะ ทำกันไม่ยุ่งยาก ทำรับประทานอีกทั้งครอบครัว ซื้อก็ลูกละหลายบาท ทำรับประทานเอง สะอาด อร่อย ได้เยอะด้วยค่ะ ไส้หอมหวานมันอร่อยมาก

ที่มา cooking.kapook

ขนมหวานชีสเค้ก อร่อยหวานมัน

ขนมหวานชีสเค้ก

ขนมหวานชีสเค้ก ส่วนประกอบแต่ละส่วน

ขนมหวานชีสเค้ก

ขนมหวานชีสเค้ก ส่วนประกอบ ตัวฐานชีสเค้ก
บิสกิตไดเจสหนฟ 100 กรัม (1 ถ้วย)
เนยจืด 60 กรัม

ส่วนประกอบ ชีสเค้ก
ครีมชีส (Philadelphia Cheese) 625 กรัม
น้ำตาล 70 กรัม
แป้งสาลีธรรมดา 2 ช้อนโต๊ะ
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ
โยเกิร์ต 135 กรัม
ไข่ไก่ 2 ฟอง

ส่วนประกอบ สำหรับตกแต่งชีสเค้ก
สตคอยว์เบอร์รี 6-9 ลูก
ราสป์เบอร์รี 6-9 ลูก
แยมสตรอคอยว์เบอร์รี 45 กรัม

กระบวนการทำครีมชีส
นำครีมชีส นํ้าตาลทราย แป้งสาลีอเนกประสงค์ รวมทั้งกลิ่นวานิลลามาใส่ในถ้วยชามผสม ตีให้เข้ากัน
ใส่โยเกิร์ตลงผสมกับครีมชีส ตีให้เข้ากัน
ใส่ไข่ไก่ลงไปผสมกับครีมชีส โดยใส่ไข่ครั้งละฟอง ตีผสมกันจนเข้ากันดี
นำส่วนของครีมชีสเทลงในพิมพ์เค้กที่กรุบิสกิตไว้แล้ว
นำชีสเค้กไปเข้าเตาอบ โดยอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ราว 35 นาที ต่อจากนั้นปรับอุณหภูมิเตาอบลงมาที่ 135 องศาเซลเซียส และก็อบต่ออีก 35 นาที หรือกระทั่งกึ่งกลางของหวานใกล้เซตตัว ก็เลยนำของหวานออกจากเตาอบมาพัก แล้วนำเข้าตู้แช่เย็นอย่างต่ำประมาณ 4 ชั่วโมง ก่อนจะนำชีสเค้กออกมาจากพิมพ์ได้จ้ะ โดยใช้มีดปลายแหลมวนรอบพิมพ์เค้กก่อนถอดพิมพ์เค้ก

แนวทางตกแต่งหน้าชีสเค้ก
นำสตคอยว์เบอร์รีเเละราสป์เบอร์รีมาล้างทำความสะอาดแล้วก็เช็ดให้แห้ง แล้วนำสตรอว์เบอร์รีมาหั่นครึ่ง
นำแยมสตรอว์เบอร์รีไปเข้าไมโครเวฟประมาณ 20 วินาที
นำสตรอว์เบอร์รีรวมทั้งราสป์เบอร์รีใส่ลงไปในแยม แล้วคนผสมอย่างเบามือ
เสร็จแล้วนำไปตกแต่งหน้าชีสเค้ก

ที่มา cooking.kapook

เคล็ดลับวิธีการทำ ขนมกล้วย ให้อร่อย

ขนมกล้วย

สูตร ขนมกล้วย ส่วนประกอบรวมทั้งแนวทางการทำ

ขนมกล้วย

ขนมกล้วย ส่วนประกอบสำหรับทำ
กล้วยน้ำว้า 2 หวี เลือกกล้วยสุก
แป้งข้าวจ้าว 1 ถ้วยตวง
น้ำตาล 2 ช้อนโต้ะ
แป้งท้าวยายม้อม 3 ช้อนโต้ะ
แป้งมัน 2 ถ้วยตวง
เนื้อมะพร้าวทึนทึกขูด 1 ถ้วย
หัวกะทิ 1 ถ้วย
เกลือ 1 ช้อนชา

แนวทางการทำขนมกล้วย
เริ่มจากนำเนื้อมะพร้าวทึนทึกไปนึ่งให้สุกก่อน
ต่อจากนั้น นำกล้วยมาปลอกเปลือก เอาเนื้อของกล้วยน้ำว้าสุก มาบดให้ละเอียด เป็นเนี้อเดียวกัย
หลังจากนั้นปรุงรสด้วย เกลือ แล้วก็ น้ำตาลทราย กวนให้น้ำตาลและเกลือ เข้ากับเนื้อกล้วยก่อน
จากนั้น ใส่ แป้งมัน แป้งข้าวเจ้า แป้วท้าวยายม่อม และ หัวกะทิ เอามาผสมกันให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน
แล้ว นำ เนิ้อมะพร้าวขูดส่วนหนึ่งส่วนใด และก็ แป้งผสมน้ำกะทิ นำมาผสมในกล้วยบด นำมากวนให้แป้งกะทิ กับเนื้อกล้วยบด จะได้เนื้อกล้วยที่พร้อมสำหรับเอามานึ่ง
นำกล้วยบด มาเทลงบนแม่พิมพ์ที่เตรียมไว้ จากนั้นนำไปนึ่งในหม้อนึ่ง ที่ร้อนมาก นำไปนึ่งประมาณ 45 นาที ก็จะได้ขนมกล้วยนึ่งแสนอร่อย
เสริฟ ขนมกล้วยแล้วก็โรยด้วยเนื้อมะพร้าวขูด เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทาน

ที่มา nlovecooking

ข้าวเหนียวสังขยา สอนทำข้าวเหนียวสังขยา

ข้าวเหนียวสังขยา

สูตร ข้าวเหนียวสังขยา ขนมไทย

ข้าวเหนียวสังขยา

ข้าวเหนียวสังขยา ส่วนประกอบสำหรับทำ
ข้าวเหนียวมูน 1 กิโล
ไข่เป็ด 3 ฟอง
น้ำตาลปีบ 3 ช้อนโต้ะ
กะทิ 1/2 ลิตร
เกลือ 1 ช้อนชา

การทำข้าวเหนียวสังขยา
นำ ไข่เป็ด ตอกผสมกับ น้ำกะทิ น้ำตาล และก็ เกลือ ผสมให้ส่วนประกอบเข้ากัน
แล้วนำไข่ไปนึ่งให้สุก จะได้ สังขยา สำหรับทานกับ ข้าวเหนียวมูน ต่อจากนั้นก็ทำเหนียวมูน
นำ ข้าวเหนียวมูน กับ สังขยา มาทานร่วมกัน ราด หัวกะทิ เพื่อเพิ่มความมันของ ขนมไทย

ที่มา nlovecooking

ขนมถ้วยไทย ขนมหวานไทย แบบง่ายๆ

ขนมถ้วยไทย

ขนมถ้วยไทย สูตรขนมไทยยอดนิยม

ขนมถ้วยไทย

ขนมถ้วยไทย ส่วนประกอบสำหรับทำ

น้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 3 ถ้วย
แป้งมัน 1 ถ้วย
น้ำตาลปีบ 1 ถ้วย
หัวกะทิ 1 ถ้วย
หางกะทิ 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
เกลือ 1 ช้อนโต้ะ

วิธีทำขนมถ้วย

จัดเตรียม ฐานขนมถ้วย โดย เอา น้ำลอยดอกมะลิ ผสม แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำตาลปี๊บ ผสมให้ส่วนประกอบทั้งหมดละลาถูกกัน จากนั้นกรองเอาแต่น้ำอย่างให้มีกาก
จัดเตรียม กะทิ สำหรับด้านบน โดย เอา หัวกะทิ ผสมกับ หางกะทิ เกลือ น้ำตาล และ แป้งข้าวเจ้า 4 ช้อนโต้ะ ผสมให้ส่วนประกอบเข้ากันและกรองเอากากออก
จัดเตรียมนึ่ง โดย นำถ้วยไปนึ่งก่อนให้ถ้วยร้อน จากนั้นนำ ฐานขนมถ้วย เทลงถ้วยประมาณครึ่งหนึ่ง นึ่งประมาณ 5 นาที จากนั้นนำถ้วยออกมาพักให้เย็น
เท กะทิ บนฐาน ขนมถ้วย และนำไปนึ่งต่อ 5 นาที ก็จะสุก พร้อมรับประทาน ขนมถ้วย

ที่มา nlovecooking

แอชลีย์ โคล หนุน ลุงเบิร์ก ได้สัญญาโค้ชอาเซนอลถาวร

แอชลีย์ โคล

แอชลีย์ โคล อดีตแบ็คซ้าย ​อาร์เซนอล

แอชลีย์ โคล

แอชลีย์ โคล กล่าว “ทุกๆสโมสรย่อมมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อถึงเวลา”

“รวมทั้งสำหรับ อาร์เซนอล ก็ถือว่ากำลังตกอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านหลังหมดยุคสมัยอันรุ่งเรืองของ อาร์เซนอล เวนเกอร์ พอดีโดยมี อูไน เอเมรี เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งบนหน้าประวัติศาสตร์นี้ด้วย แม้จะไม่เวิร์คอย่างเป้าหมายไว้ก็ตาม”

“ปัจจุบันเป็นคิวของ เฟรดดรี้ ลุงเบิร์ก ซึ่งผมหวังสุดๆเลยว่าเขาจะทำผลงานดีจนได้รับข้อตกลงถาวรในอนาคต เพราะว่านี่เป็นอดีตแข้งระดับตำนานที่รู้จักสโมสรแห่งนี้มากกว่าใคร”

“พวกเราสองคนเป็นเพื่อนที่ค่อนข้างสนิทกันมาตั้งแต่สมัยผมอยู่กับ อาร์เซนอล แล้ว ฉะนั้นไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็อยากจะสนับสนุนให้ประสบความสำเร็จ และมันจะเป็นการเติบโตครั้งสำคัญของสโมสรด้วย”

ที่มา 

ซามูไรลุยแอนฟิลด์ ลิเวอร์พูล ซิว มินามิโนะ

มินามิโนะ

ลิเวอร์พูล สโมสรแห่งศึกพรีเมียร์ลีก พึงพอใจในตัว ทาคุมิ มินามิโนะ

มินามิโนะ

มินามิโนะ :โดยเจ้าตัวทำผลงานได้เข้าตา เยอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่แห่งถิ่นแอนฟิลด์ ข้างหลังเจอกันมาในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มทั้ง 2 นัด ซึ่งดาวเตะซามูไรสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับลิเวอร์พูล เป็นอย่างมาก แถมยังยิง 1 จ่าย 1 ในเกมนัดแรกที่เจอกันอีกด้วย

สำหรับ ดาวเตะวัย 24 ปี ย้ายจาก เซเรโซ่ โอซาก้า อดีตต้นสังกัดในบ้านเกิดไปร่วมทีม เรด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก เมื่อปี 2014 ด้วยค่าตัวเพียงแค่ 8 แสนยูโร (ประมาณ 26 ล้านบาท)

ก่อนโชว์ฟอร์มดีสม่ำเสมอด้วยการลงเล่นทุกรายการให้ทีม 199 นัด ทำได้ 64 ประตู กับอีก 44 แอสซิสต์ นอกจากนั้นยังครอบครองแชมป์ลีกได้ถึง 5 สมัย ต่อเนื่องกัน

ที่มา sanook