ผู้ค้าปลีกประเทศฮ่องกง ส่อแวว ล้มเลิกกิจการและไม่มีงานทำนับพัน

ผู้ค้าปลีกประเทศฮ่องกง

ผู้ค้าปลีกประเทศฮ่องกง มีทิศทางเลิกกิจการ

ผู้ค้าปลีกประเทศฮ่องกง

ผู้ค้าปลีกประเทศฮ่องกง :สมาคมการจัดการค้าปลีกฮ่องกง (HKRMA) ของจีน ได้เผยผลจากการสำรวจที่ศึกษาค้นพบว่าปริมาณร้อยละ 97 ของผู้ค้าปลีกเขตแดนเจอสภาวะ “ขาดทุน” ตั้งแต่มิถานายน และก็ราว 7,000 ราย มีทิศทางจะล้มเลิกกิจการภายใน 6 เดือน

ยิ่งไปกว่านั้นผลของการสำรวจระหว่างวันที่ 29 เดือนตุลาคม ถึง 22 พ.ย. ก่อนหน้าที่ผ่านมา ยังพบว่าจำนวนร้อยละ 11 ของผู้ตอบแบบสำรวจมีแผนหยุดการดำเนินงานในตอน 6 เดือนด้านหน้า แล้วก็ราวจำนวนร้อยละ 30 จะลดพนักงานลงปริมาณร้อยละ 10 ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นหรือไม่มีมาตรการเยียวยาเพียงพอ

สโมสรฯ ประเมินว่าจากผลที่เกิดขึ้นจากการสำรวจข้างต้นอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีคนจำเป็นต้องตกงานมากกว่า 5,600 คน

บรรดาร้านค้าที่มีหลายสาขา รวมทั้งผู้ประกอบธุรกิจขนาดเล็กรวมทั้งขนาดกึ่งกลาง ได้เริ่มร้องขอพนักงานของตัวเองดำเนินงาน “ลางานโดยไม่จ่ายค่าจ้าง” ตัดลดปริมาณบุคลากร หรือปิดร้านรวง เพราะเหตุว่าผลกระทบจากความไม่สงบในสังคมที่ยืดเยื้อยาวนาน

เซี่ยชิวอานอี๋ (Annie Yau Tse) ประธานสมาคมฯ เรียกร้องรัฐบาลเขตบริหารพิเศษประเทศฮ่องกง (HKSAR) ดำเนินมาตรการแก้ไขอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ และก็หวังว่าผู้ถือครองที่ดินบนเกาะประเทศฮ่องกงจะร่วมช่วยเหลือผู้ค้าปลีกรอดพ้นความยากลำบากนี้

ที่มา sanook

ดีเอสไอ ยึดทรัพย์แชร์ Forex 3D แต่ยังไม่ออกหมายจับ

ดีเอสไอ

ดีเอสไอ ได้เข้ายึดรถยนต์หรู 7 คัน เอี่ยวคดีแชร์ Forex 3D

ดีเอสไอ

ดีเอสไอ :นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบรถยนต์หรูจำนวน 7 คัน รวมราคากว่า 43 ล้านบาท หลังถูกเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำการยึดอายัดมาสำรวจ ภายหลังตรวจพบว่าอยู่ในความครอบครองของผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงที่กระทำความผิดในคดีแชร์ ฟอร์เร็กซ์ทรีดี ซึ่งคดีนี้ ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษไว้สอบสวนแล้ว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวมาว่า การตรวจยึดทรัพย์สินคราวนี้เป็นการยึดทรัพย์ครั้งที่ 3 แล้ว โดย 2 ครั้งก่อนหน้านี้ยึดทรัพย์มาได้แล้วกว่า 700 ล้านบาท รวมขณะนี้ยึดทรัพย์สินมาได้แล้วกว่า 743 ล้านบาท

นายสมศักดิ์ ยืนยันว่า สินทรัพย์ที่ยึดมาได้นั้น มั่นใจว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากความประพฤติความผิดของผู้ที่มีการเกี่ยวข้องในคดี แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียก หรือหมายจับกับบุคคลใด

สำหรับผู้เสียหายในคดีลงทะเบียนกับดีเอสไอแล้ว 11,565 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 1,585 ล้านบาท แต่ว่าปัจจุบันมีผู้เสียหายมาให้ปากคำแล้ว 1,739 คน และจะสิ้นสุดการให้คำให้การในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ ซึ่งหากว่าไม่มีผู้มาแสดงตัวให้ปากคำอีก ดีเอสไอจะปิดรับผู้เสียหายไว้เท่านี้ก่อน เพื่อปฏิบัติการในขั้นถัดไป และเฉลี่ยทรัพย์สินที่ยึดมาได้ให้กับผู้เสียหายก่อน

นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ คาดว่าข้างในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ จะมีผู้เสียหายมาเจอเจ้าหน้าที่รวมแล้วกว่า 3,000 คน และจะสามารถยึดทรัพย์สินได้อีกรวมกว่า 1,500 ล้านบาท ส่วนผู้เสียหายที่เหลือสามารถไปยื่นแจ้งความเสียหายได้ที่สำนักงาน ปปง. ได้ต่อ เพราะดีเอสไอต้องสรุปสำนวนส่งดำเนินคดีแล้ว

สำหรับปฏิบัติงานตรวจหาแล้วก็ยึดทรัพย์เป็นครั้งที่ 3 โดยก่อนหน้านี้ ได้มีการปฏิบัติการยึดทรัพย์ มาแล้วปริมาณ 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เป็นการเข้าตรวจหารวมทั้งยึดทรัพย์สินวัตถุประสงค์จำนวน 11 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยยึดอายัดทรัพย์มูลค่าราวๆ 600 ล้านบาท (ในวันที่ 22 พ.ย. 2562) ครั้งที่ 2 เป็นการเข้าตรวจหาและก็ยึดทรัพย์สินจุดหมายปริมาณ 4 จุด ในพื้นที่จ.กรุงเทพฯ โดยยึดอายัดทรัพย์มูลค่าราว 100 ล้านบาท (ในวันที่ 4 ธันวาคม 2562) รวมค่าในการยึดอายัดทรัพย์ทั้งสิ้น ขณะนี้รวมราวๆ 743 ล้านบาท

ที่มา sanook

สาวรำวงอินเดีย เพียงเพราะแค่หยุดเต้นพัก

สาวรำวงอินเดีย

สาวรำวงอินเดีย อายุ 22 ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณใบหน้า

สาวรำวงอินเดีย

สาวรำวงอินเดีย อายุ 22 ปี ถูกยิงเข้าที่เข้าทางบริเวณใบหน้า บนเวที ขณะหยุดเต้นเพื่อพักให้หายเหนื่อย ในงานพบปะสังสรรค์งานหนึ่งของลูกสาวผู้ใหญ่บ้านในรัฐอุตตรประเทศ ทางเหนือของอินเดีย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (7 เดือนธันวาคม)

เรื่องราวนี้มีผู้ถ่ายคลิปเอาไว้ได้ ซึ่งจะมีความเห็นว่า สาวเคราะห์ร้ายคนนี้ ที่ใส่ชุดสีส้ม แล้วก็เพื่อนพ้องสาวรำวงอีกคนหนึ่ง ที่ใส่ชุดสีเทา กำลังเต้นประกอบเพลงที่มีจังหวะเร้าใจ แต่เพลงค่อยๆเบาลง ทำให้เธอและเพื่อนหยุดเต้น ต่อจากนั้นก็มีเสียงโวยวายจากผู้ชมที่อยู่ด้านล่าง

สื่อประเทศอินเดียรายงานว่า เวลานี้ผู้ชายคนหนึ่งตะโกนว่า “ถ้าไม่เต้นจะยิงแล้วนะ” แล้วก็มีผู้ชายอีกคนส่งเสียงเชียร์ว่า “ยิงเลยพี่” และก็มีเสียงปืนดังขึ้นจริงๆ

หลังจากนั้นเธอก็ใช้มือจับใบหน้าว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนเพื่อนอีกคนก็ตกใจว่าเพื่อนเป็นอะไร แต่เมื่อกำลังเดินเข้ามามองอาการด้วยความตกใจ เพื่อนก็เซและก็เหมือนจะล้มลงไป ทำให้เธอรีบมาพยุง ก่อนที่คนอื่นๆที่อยู่ใกล้ๆจะเริ่มตกใจเช่นกัน

หลังจากนั้น เธอก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ซึ่งแพทย์พบว่ามีแผลที่กราม แต่ไม่รุนแรงมาก ส่วนอาการก็อยู่ในขีดไม่มีอันตราย และเธอกำลังฟื้นไข้

ส่วนตำรวจท้องถิ่นเผยว่า ในตอนนี้จับกุมชาย 2 คนที่คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุแล้ว ชื่อว่านาย ซูดีร์ ซิงห์ และนายพูล ซิงห์

ที่มา sanook

สามีเก่าดักรอขอเคลียร์ ไม่ยินยอมคืนดี ชักมีดกรีดหน้า-แทงท้องสาหัส

สามีเก่าดักรอขอเคลียร์

สามีเก่าดักรอขอเคลียร์ พกมีดมาขอคืนดีภรรยา

สามีเก่าดักรอขอเคลียร์

สามีเก่าดักรอขอเคลียร์ : (8 เดือนธันวาคม62) นักข่าวกล่าวว่าเมื่อตอนค่ำวันที่ 7 ธ.ค.ก่อนหน้านี้ ร.ต.อ.นิกร หอมจำปา รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.นาตาล อำเภอนาตาล จังหวัดจังหวัดอุบลราชธานี ได้รับบอกเหตุอดีตผัวเมียก่อเหตุแทงกัน ที่บริเวณถนนบ้านนาตาล อำเภอนาตาล

จังหวัดจังหวัดอุบลราชธานี มีคนบาดเจ็บสาหัส พบ นางสาวลำใย อายุ 29 ปี ถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมที่รอบๆท้องและกรีดบริเวณใบหน้าเป็นแผลฉกรรจ์ จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลนาตาล และถูกส่งต่อโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์จังหวัดอุบลราชธานี

จากการซักถาม นางสาวปงใจ ป้าของ นางสาวลำใย เล่าว่า ผู้ก่อเหตุเป็น นายแสน อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นอดีตสามีของ นางสาวลำใย มีลูกร่วมกัน 1 คน ก่อนหน้าที่ผ่านมาทั้งคู่ทำงานอยู่ที่กรุงเทพ และก็แยกทางกันได้ราวๆ 10 เดือน นางสาวลำใย ก็เลยพาลูกมาอยู่บ้าน แล้วก็มารับจ้างร้านอาหารขายส้มตำ ที่หน้าอำเภอนาตาล

ข้างหลังเลิกงานเวลา 17.30 น.ได้ขับขี่รถจักยานยนต์ กลับไปอยู่ที่บ้านโดยก่อนที่จะถึงหน้าบ้าน นายแสน อดีตกาลสามีขี่รถจักรยานยนต์มาดักรอ ก็เลยได้หยุดรถยนต์ลงมาคุยกัน รวมทั้งง้อเมียขอคืนดีไม่เป็นผลสำเร็จ จากนั้นนายแสนได้ใช้มีดปลายแหลมที่เตรียมมาแทงที่รอบๆท้องและกรีดบริเวณใบหน้า หลังก่อเหตุได้ขับรถมอเตอร์ไซค์หลบหนีไป

ที่มา sanook

รถทัวร์ทหารอากาศ ได้รับอุบัติเหตุ เสียหลักพุ่งอัดเสาไฟฟ้า

รถทัวร์ทหารอากาศ

รถทัวร์ทหารอากาศ เสียหลักพุ่งอัดเสาไฟฟ้า ตาย 1 สาหัส 5 เจ็บอีกกว่า 30 คน

รถทัวร์ทหารอากาศ

รถทัวร์ทหารอากาศ – เมื่อเวลา 10.24 น. วันที่ 1 ธันวาคม พ.ต.ต.ทองสุข รัตสีวอ สว.(สอบสวน) สภ.คอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ รับแจ้งอุบัติเหตุ รถทัวร์เสียหลักตกลงข้างทาง บริเวณถนนเลขลำดับ 201 สายชัยภูมิ-แก้งคร้อ หลัก กม.ที่ 147-148 บ้านซับผักกูด ต.ห้วยไร่ อำเภอคอนสวรรค์ จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถทัวร์ ยี่ห้อเบนซ์ สีน้ำเงิน-ฟ้า-เหลือง ทะเบียน 54174 ซึ่งมีสังกัดเป็นของโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช ตกอยู่ข้างทาง เสาไฟส่องสว่างล้มอยู่กลางถนนหนทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 6 คน ทราบชื่อต่อมาคือ

นายบวรศักดิ์ แก้วฮ่องคำ (คนขับ / ต่อมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล)
น.ส.รจนา วงเวียน
นายอภิชาติ จิณแพทย์
นายเรืออากาศ สมพล เกาะนาค
นางธนาวดี ศรีโคกกรวด
นางอริยา วงษ์เสนาะ

ข้าราชการก็เลยทำการปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ยิ่งกว่านั้นยังมีผู้โดยสารอีกราว 30 คน ที่ได้รับบาดเจ็บ มีแผลตามร่างกาย แต่ไม่หนักมาก โดยขอให้รถมารับกลับไปภูมิลำเนา

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ส่วนมูลเหตุนั้นยังไม่รู้โดยจะเชิญตัวผู้ขึ้นรถมาสืบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.คอนสวรรค์ ต่อไป

ที่มา khaosod

จับป้า 53 ขายยาม้าเลี้ยงหลาน รับมาเม็ดละ 20 ฟันผลกำไรอาทิตย์ละครึ่งแสน

จับป้า

จับป้า วัย 53 ปี ผันตัวเป็นเอเย่นต์ขาย ยาม้า ให้วัยรุ่น อ้างหารายได้เลี้ยงหลาน 2 คน รับงานมาทุนเม็ดละ 20 บาท แต่ละอาทิตย์ ได้กำไรเข้ากระเป๋า 3-5 หมื่นบาท

ผู้รายงานข่าวแถลงการณ์ว่า ช่วงวันที่ 28 เดือนพฤศจิกายน62 ที่กองร้อยหน่วยสอดแนม ที่ 2102 กรมหน่วยสอดแนมที่ 21 อำเภอท่าอุเทน จังหวัดจังหวัดนครพนม ร้อยโทสุทธิดงษ์ ปริปุญโญ ผู้บังคับบัญชาร้อย

ชุดเคลื่อนเร็ว ที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร่วมกับข้าราชการชุดหน่วยสอดแนมทำการปราบสิ่งเสพติดตามแนวชายแดน ร่วมกับ ตำรวจ สภ.ศรีการสู้รบ และก็ฝ่ายปกครอง แถลงจับนางรักษา ราชสีห์งอย อายุ 53 ปี ชาว

ตำบลนาคำ อำเภอศรีการทำศึก จังหวัดจังหวัดนครพนม พร้อมหลักฐานยาขยัน ปริมาณ 413 เม็ด เงินสดอีก 82,240 บาท โดยจับกุมตัวได้ภายหลังจากข้าราชการไต่สวนขยายผลจับตัวเยาวชนมั่วเสพยาขยัน

จากการสืบสวนผู้ต้องหา ให้การสารภาพว่า รับยาขยันมาจากนักลงทุนในพื้นที่ ก่อนขายต่อให้กับลูกค้าที่เป็นวัยรุ่น โดยรับมาเงินลงทุนเม็ดละ 20 บาท ขายในราคาเม็ดละ 50 – 100 บาท แต่ละอาทิตย์จะขายได้ราว 1,000 – 1,500 เม็ด ได้กำไร เป็นเงินราวๆ 30,000 – 50,000 บาท ต้นเหตุที่ตกลงใจเป็นเอเย่นต์เพราะว่าไม่มีอาชีพ ส่วนผัวดำเนินงานเพียงแค่อาชีพรับจ้าง ต้องการมีรายได้เลี้ยงหลานถึง 2 คน เพราะบิดามารดา เด็ก ขาดเงินไปปฏิบัติงานรับจ้างชนบท

พื้นฐานทางข้าราชการได้แจ้งข้อกล่าวหา มีสิ่งเสพติดให้โทษชนิด 1 (ยาม้า) เอาไว้ภายในครอง เพื่อขายโดยผิดกฎหมาย พร้อมรีบขยายผล ติดตามผู้ร่วมกรรมวิธีมาดำเนินคดีโดยชอบด้วยกฎหมาย และก็เพิ่มมาตรการเข้ม สำหรับเพื่อการเคร่งครัดปราบจับอีกทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในพื้นที่เสี่ยงรวมทั้งหมู่บ้านตามแนวชายแดน ยิ่งในตอนใกล้เทศกาลปีใหม่ คาดว่าจะมีการลักลอบเอามาขายเยอะขึ้น.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1714021

บรรยากาศ รดน้ำศพน้องกาย หดหู่ ขอให้วิญญาณไปสู่สวรรค์

รดน้ำศพน้องกาย

บรรยากาศ รดน้ำศพน้องกาย เสียใจ เพื่อนพ้องรวมทั้งเครือญาติๆแน่นวัดหลักสี่ เปิดเผยเจ้าตัวเป็นคนเบิกบาน มีอารมณ์ศิลปินหน่อยๆพร้อมขอให้วิญญาณไปสู่สวรรค์

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน62 นักข่าวรายงานความก้าวหน้าเหตุสยองขวัญผสมปัญหาการฆ่าสังหาร ลูกฆ่าหั่นศพแม่ แช่ลงในตู้แช่เย็น โดยวันนี้ทางเครือญาติข้างบิดาของนายหัว หรือ กายสมเดชะ อายุ 20 ปี ได้เดินทางไปติดต่อขอรับศพนายหัว ที่สาขาวิชานิติเวชศาสตร์ โรงหมอศิริราช มาตั้งทำบุญทำกุศลไว้ที่ศาลาตรีมุขทรงไทย วัดหลักสี่ ถนนหนทางวิภาวดี ตำบลตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ตรงเวลา 1 คืน ก่อนที่จะกระทำการฌาปนกิจศพวันพรุ่ง (28 เดือนพฤศจิกายน) ในเวลา 15.00 น.

สำหรับบรรยากาศการสวดศพคืนวันนี้ เริ่มขึ้นในเวลา 18.30 น. บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศก มีบรรดาเพื่อนร่วมสถาบัน และก็พี่น้องๆของนายหัว หรือ “น้องกาย” มาร่วมรดน้ำศพแสดงความเศร้าใจไม่น้อยเลยทีเดียว

ขณะสหายของน้องกาย กล่าวมาว่า รู้สึกตระหนกตกใจที่รู้ข่าวสาร ธรรมดาเรียนคลาสเดียวกัน กายเป็นเพื่อนที่เบิกบาน กับสหายเจริญกับทุกคน ราวกับลักษณะวัยรุ่นทั่วๆไป แม้กระนั้นมีความเป็นอารมณ์นักแสดงหน่อยๆเนื่องจากเขาเป็นคนถูกใจเล่นกีตาร์ เขาก็จะมีกรุ๊ปสหายๆเพศชาย วันนี้มารดน้ำศพ ขอให้กายไปสู่สวรรค์

ส่วนหลักสำคัญที่มีคนออกมาพูดว่า กายติดเกมจนถึงแปลงเป็นหนี้สิน เพื่อนฝูงของกายคนหนึ่ง เปิดเผยว่า เรียนมาด้วยกันกับกาย ตั้งแต่เรียนปี 1 จนกระทั่งถึงบัดนี้ปี 3 ไม่เคยมองเห็นกายเล่นเกม เพื่อนพ้องเชิญให้เล่นก็ไม่เคยเล่น บอกเกลียดชัง แม้กระนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีบ้างที่กายไปโหลดเกมแบบออฟไลน์มาเล่น ซึ่งไม่ต้องมีการซื้อวัสดุอุปกรณ์ในเกมเพิ่ม ส่วนใหญ่จะฟังเพลงมากยิ่งกว่า แล้วก็หัวข้อการพนันไม่มีแน่ๆ

ในขณะที่คู่หูอีกคนกล่าวว่า ถ้าหากธรรมดาอยู่กับผู้อื่นกายจะเป็นคนนิ่งๆแต่ว่าเวลาอยู่กับสหาย จะเป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใส ถูกใจร้อง ถูกใจเต้น ครื้นเครง สดใสร่าเริง แม้กระนั้นในขณะที่กลับไปอยู่ที่บ้านไปอยู่ตามลำพังคนเดียวไม่เคยรู้ว่าเป็นยังไง แม้กระนั้นระยะหลัง โดยประมาณเดือน ตุลาคมก่อนหน้าที่ผ่านมา กายไม่ค่อยคุยกับคนไหนกันแน่ รวมทั้งยังบอกต่อว่าว่าต้องการตาย เพื่อนพ้องๆก็เลยช่วยเหลือกันปลอบประโลม และก็เวลากายโกรธอารมณ์จะขึ้นไวมากมาย แต่ว่าถ้าเกิดห้ามก็จะฟัง ก่อนหน้าก็มีบ่นว่าเบื่อเรื่องที่ทะเลาะเบาะแว้งกับแม่ ซึ่งก็มิได้เล่าให้ฟังว่าเกิดเรื่องอะไร

ช่วงเวลาที่บิดาน้องกาย เผยออกมาว่า ตนเลี้ยงน้องกายตั้งแต่กำเนิด เนื่องจากแยกทางกับแม่น้องด้วยเหตุผลคนแก่ เมื่อตกลงใจว่าจะแยกกันอยู่ ในช่วงเวลานั้นแม่น้องกายเขายังไม่มีกำลังที่จะอุปถัมภ์ค้ำชูน้องกาย น้องกายก็เลยได้มาอยู่กับตน ซึ่งน้องกายก็เป็นคนเฉยๆมีอารมณ์นักแสดง ถูกใจเล่นดนตรี มีอะไรก็จะคุยกัน ตนไม่เคยตีลูกเลย กระทั่งน้องกายอายุ 15 ปี แม่ของเขาเริ่มตั้งตัวได้ เขาก็ขอน้องกายไปเลี้ยง เมื่อตนถามลูกเขาก็ต้องการไป ด้วยเหตุว่าน้องกายกับแม่ก็คุยกันตลอด ซึ่งมันเป็นตอนๆแปลงผ่านระหว่างเด็กไปสู่วัยรุ่น น้องกายมีเรื่องมีราวอะไรก็จะคุยกับแม่เขามากยิ่งกว่า ภายหลังจากน้องกายไปอยู่กับแม่ เนื่องจากว่ากลัวว่าจะเป็นการก่อกวน ตนได้พบรวมทั้งสนทนากับน้องกายครั้งปัจจุบันเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ตอนงานฌาปนกิจศพย่าน้องกาย ในช่วงเวลานั้นตนก็ต้องการให้น้องกายบวชหน้าไฟ แม้กระนั้นเขาติดสอบ

ส่วนคดีนั้น ถึงแม้ผมจะไม่เชื่อว่าน้องกายเป็นคนทำ แต่ว่าผมก็จำต้องเชื่อในสิ่งที่ข้าราชการพิสูจน์หลักฐาน ดังที่หลักฐานมันปรากฏออกมาว่า บนศพของแม่น้องกาย เจอแต่ว่าลายพิมพ์นิ้วมือของเขา ในใจผมในขณะนี้ก็ต้องการให้เรื่องมันจบ แม้ว่าจะยังเศร้าใจอยู่ แต่ว่าน้องก็ไปก็ดี ถ้าเกิดเลือกได้ผมก็ไม่อยากที่จะให้หัวข้อนี้เกิดขึ้น ด้วยเหตุว่าน้องกายก็เป็นความหวังของผมเป็นลูกชายผู้เดียว แล้วเขาก็ยังมิได้บรรพชาเลย แม้กระนั้นเขาก็เคยข้อตกลงกับผมว่าจะบรรพชาให้ข้างหลังเรียบจบ ก็มาเกิดเหตุก่อน ถ้าเกิดชาติต่อไปมีจริงผมก็ต้องการให้น้องกายมากำเนิดเป็นลูกผมอีก แม้กระนั้นขอให้น้องกายได้มาฌาปนกิจผมบ้าง อย่าให้ผมได้มาเผาศพลูกอีกเลย มันเจ็บ” บิดาน้องกายกล่าวด้วยความเศร้าใจ…

พระอาจารย์วัดดัง กระโดดขึ้นกำแพงคว้าคอจับ งูจงอางยักษ์ ด้วยมือเปล่า

พระอาจารย์

พระอาจารย์พระอาจารย์ กระโจนขึ้นกำแพง เบาๆคว้าคอจับ งูจงอางยักษ์ ความยาวแทบ 4 เมตร ด้วยมือเปล่า หลังเลื้อยเข้ามากินไก่ด้านในวัด

วันที่ 26 พฤศจิกายน62 นักข่าวรับแจ้งว่า พระปลัดกิตติชัย วรธัมโม เจ้าอาวาสวัดผ่านศึกสงเคราะห์ ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้จับงูจงอางขนาดใหญ่ด้วยมือเปล่า

โดยพระคุณครู เล่าด้วยอาการตื่นเต้นว่า เมื่อคืนนี้วานราวๆตอนค่ำ มีพระลูกวัดได้ยินเสียงไก่ร้องด้านในวัด มีความคิดว่าหมาจะกัดไก่ แล้วก็ได้ยินเสียงแปลกๆข้างกำแพงก็เลยใช้ไฟฉายส่องมอง ถึงกับตะลึงงันเนื่องจากมองเห็นงูจงอางยักษ์ อยู่ใต้ต้นโพธิ์ข้างกำแพง ก็เลยให้ศิษย์วิ่งไปตามเจ้าอาวาสมาช่วย โดยพระลูกวัดใช้ไฟฉายส่องข้างหน้าให้งูมองดูไปข้างหน้าส่วนพระปลัดคำกล่าวขวัญชัย เจ้าอาวาสได้ย่องเข้าไปข้างหลัง ซึ่งงูจงอางขนาดใหญ่กำลังชันคอสูงเท่ากำแพง ราวๆ 1.20 เมตร ส่วนพระคุณครูกระโจนขึ้นกำแพง เบาๆคว้าคองู กระทั่งอยู่คามือแล้วให้พระลูกวัดช่วยเหลือกันจับ หลังจากนั้นใช้เชือกรัดปากไว้ แล้วรีบแจ้งข้าราชการช่วยเหลือมารับไปปลดปล่อยที่เขาเสียดอ้า ซึ่งอยู่ไม่ไกล ก่อนไปปลดปล่อยข้าราชการช่วยเหลือทดลองวัดความยาวมองได้ 3.70 เมตรด้าน พระครูปลัดคำกล่าวขวัญชัย พูดว่า ตัวเองเรียนรู้การจับงูมาจากคลิปวิดีโอในโทรศัพท์เคลื่อนที่เสมอๆ จนกระทั่งมีความรู้ความสามารถ พร้อมโชว์เครื่องใช้ไม้สอยการจับงูให้มอง ทำแบบง่ายๆเป็นใช้ท่อพีวีซี แล้วก็ใช้สายไฟทำเป็นห่วง จับงูมาแล้วหลากหลายประเภท ทั้งยังงูเหลือมและก็งูอื่นๆแต่ว่าคราวนี้จับงูจงอางที่มีขนาดใหญ่ ยาวมากมาย แต่ว่าก็ไม่กลัว จับทุกครั้งจะเรียกข้าราชการช่วยเหลือมารับไปปลดปล่อยป่า รวมทั้งบริเวณวัดมีงูมากมากมาย เพราะว่าใกล้ๆวัด มีการก่อสร้างถนนหนทางมอเตอร์เวย์ งูบางครั้งก็อาจจะหนีมา

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/society/1712361

รู้จักโรคใกล้ตัว พราก น้องชายปีเตอร์ ไม่มีอาการ ทราบ 2 เดือนเสียชีวิต แนะทางป้อง

น้องชายปีเตอร์

น้องชายปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ด้วย โรคมะเร็งกระเพาะ เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัว และก็คนสนิท ซึ่ง ปีเตอร์ ได้โพสต์อาลัยอาวรณ์ให้แก่น้องชาย อันเป็นสุดที่รัก พร้อมเจาะจงเหตุว่า ไมเคิล ได้ต่อสู้มาพร้อมกับโรคร้ายที่เอาชีวิตของเขาภายในช่วงระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน โดยไม่มีอาการบอกล่วงหน้า มันเกิดขึ้นเร็วทันใจมากมาย

กลุ่มข่าวสารขอแสดงความเศร้าใจกับทางครอบครัวมา ณ ที่นี้ รวมทั้งให้ความรู้ความเข้าใจแก่สามัญชนเกี่ยวกับ โรคมะเร็งกระเพาะ จากการบอกกล่าวของ นพ.สมอำนาจ อรรฆศิลป อธิบดีกรมการแพทย์ โดยมีรายละเอียดสาระสำคัญดังนี้

ต้นสายปลายเหตุ โรคมะเร็งกระเพาะ

  • กรรมพันธุ์ของครอบครัว พ่อแม่พี่น้องประชาชนมีอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งจำพวกนี้
  • ดื่มแอลกอฮอล์, ดูดบุหรี่บ่อยๆ
  • กำเนิดแผลในกระเพาะ และก็ติดโรคแบคทีเรีย Helicobacter pylori (H. Pylori, เอชไพโลไร)
  • ทานอาหารจำพวกดอง ตากเค็ม ปิ้งย่าง และไม่ค่อยทานผักผลไม้

อาการ

  • เจ็บท้อง
  • ท้องเฟ้อ
  • ของกินไม่ย่อย
  • แน่นท้อง
  • อ้วก
  • อ้วก
  • ท้องเดิน

นอกจากข้อชี้ชัดของการตรวจกระเพาะแล้ว ควรจะตรวจผู้ป่วยในรายที่มีเครือญาติสายตรงเป็นโรคมะเร็งกระเพาะดังต่อไปนี้ เป็น

มีเครือญาติสายตรงอย่างต่ำ 1 คนเป็นตอนอายุน้อยกว่า 40 ปี
มีเครือญาติสายตรงชั้นเดี่ยวกันหรือชั้นรองขั้นต่ำ 2 คน เป็นตอนอายุน้อยกว่า 50 ปี
มีพี่น้องสายตรงชั้นเดี่ยวกันหรือชั้นรองเป็น อย่างต่ำ 3 คนไม่ว่าจะอายุมากแค่ไหนก็ตาม
มีเครือญาติสายตรงชั้นเดี่ยวกันหรือชั้นรองเป็นโรคมะเร็งเต้านมรวมทั้งกระเพาะในผู้เดียวกันตอนอายุน้อยกว่า 50 ปี
มีพี่น้องสายตรงโรคมะเร็งกระเพาะ แล้วก็มีเครือญาติสายตรงชั้นเดี่ยวกันหรือชั้นรอง ผู้อื่นเป็นโรคมะเร็งเต้านมที่อายุน้อยกว่า 50 ปี
เมื่อถามคำถามว่า เพราะเหตุไรผู้เจ็บป่วยโรคนี้ชอบไม่มีอาการ และก็รู้สึกตัวไม่นานก็เสียชีวิต? นพ.สมอำนาจ ให้คำตอบว่า “เนื่องจากว่าระยะเริ่มต้นของโรคจะไม่มีอาการเปลี่ยนไปจากปกติอะไรก็แล้วแต่หรือแม้มี ก็จะมีลักษณะที่เป็นลักษณะทั่วไป ได้แก่ เจ็บท้อง, แน่นท้อง, ของกินไม่ย่อย ฉะนั้น ผู้เจ็บป่วยก็เลยไม่รู้ตัว รวมทั้งทราบอีกครั้งก็เมื่อระยะของโรคได้แพร่กระจายแล้ว

ทางปกป้อง

  • บริหารร่างกาย
  • ไม่รับประทานของกินรสจัด
  • เลี่ยงอาหารจำพวกไขมัน ของกินดอง ปิ้งย่างรมควัน การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบยาสูบ
  • ตรวจร่างกายขั้นต่ำปีละ 1 ครั้ง

นพ.สมศักดา ยังเจาะจงอีกว่า ทางปกป้อง เป็น ยึดหลัก 3 อำเภอ 2 ส. โดย 1. อำเภอของกิน รับประทานให้ครบ 5 กลุ่ม 2. อำเภออารมณ์ รู้จักคลายความเครียด 3. อำเภอบริหารร่างกาย ส่วน 2 ส. เป็น ไม่ดูดบุหรี่ และไม่ดื่มสุรา.…

รวบทันทีจีนฆ่าโหดจีน แทง หน้า-คอ กว่า 10 แผล

ฆ่าโหด

ฆ่าโหด

ฆ่าโหด นายหน้าต่อวีซ่านักเดินทางคนจีนคาโต๊ะทำงาน เผยขึ้นเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน ร้อยตำรวจเอกปกรณ์ สานุสันต์ รอง สว. (สอบปากคำ) สถานีตำรวจสุทธิสาร รับบอกเหตุ แทงกัน มีคนเสียชีวิต ด้านในห้องเลขที่ 1-4 ข้างในพรทิพย์อพาร์ตเมนต์ เลขที่ 245/1 ซอกซอยราษฎรบำเพ็ญ 5 แยก 6 ตำบลและก็เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เดินทางไปตรวจดูจุดเกิดเหตุ พร้อมตำรวจข้างสืบสาว สถานีตำรวจสุทธิสาร หมอนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลรามาหัวหน้า ข้าราชการกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และก็สมัครใจมูลนิธิร่วมรู้คุณ

จุดเกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนต์ 4 ชั้น ห้องเกิดเหตุอยู่รอบๆชั้น 1 เปิดเป็นที่ทำการคนกลางรับทำวีซ่าและก็หนังสือเดินทาง ข้าราชการกันผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวเนื่องให้อยู่ภายนอก ตรวจตราข้างในห้องเจอศพผู้ตายรู้ชื่อนายฟาง ยาง เซิน อายุ 54 ปี ชนชาติจีน ใส่เสื้อสีดำ กางเกงที่มีสีครีม ภาวะศพนั่งฟุบหน้าเสียชีวิตกับโต๊ะทำงานมีเลือดเปื้อนเปรอะแถวๆศีรษะไหลท่วมเต็มโต๊ะไปหมด ตรวจตราตามร่างกายเจอรอยแผลจากการเช็ดกแทงด้วยของมีคมที่คอรวมทั้งบริเวณใบหน้าเป็นแผลฉกรรจ์กว่า 10 แผล

ยิ่งไปกว่านี้ ที่พื้นของห้องเจอรอยเลือดเขรอะเป็นทางไปถึงสุขา เจอมีดพกสกปรกเลือดทิ้งเอาไว้อยู่ในอ่างล้างมือ ข้าราชการ พฐ.เก็บเลือด ดีเอ็นเอรวมทั้งลายพิมพ์นิ้วมือซ่อนเร้นในจุดเกิดเหตุเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน รวมทั้งให้สมัครใจมูลนิธิร่วมกตัญญูกตเวทีนำศพคนเสียชีวิตส่งพิสูจน์ปัจจัยการตายอย่างเป็นทางการที่นิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลรามาหัวหน้า

สืบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ในจุดเกิดเหตุให้การว่า คนตายเข้ามาอยู่ในประเทศไทยยาวนานหลายปีแล้ว เช่าห้องเกิดเหตุเดือนละ 8,500 บาท ใช้เป็นบ้านพักและก็เปิดเป็นสถานที่ทำงานรับต่อวีซ่าให้กับนักเดินทางคนจีนที่พักที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ก่อนเจอศพเวลาโดยประมาณ21.00 น. มีคนจีนที่นัดแนะไว้เดินทางมาเจอให้ช่วยต่อวีซ่าตามธรรมดา แม้กระนั้นเคาะประตูเรียกอย่างไรก็ไร้คนตอบรับ เมื่อมองผ่านหน้าต่างเข้าไปในห้องมองเห็นรอยเลือดที่พื้น รีบโทรศัพท์ไปพบเมียนายฟาง ยาง เซิน ผู้เสียชีวิต พร้อมแจ้งตำรวจมาวิเคราะห์

ถัดมาตำรวจข้างสืบสาว สถานีตำรวจสุทธิสาร เจอผู้เห็นเหตุการณ์ด้านในอพาร์ตเมนต์ให้การพื้นฐานว่า ระยะเวลาราว 20.00 น. มีเพศชายผิวขาว รูปร่างสูง ตะพายกระเป๋าวิ่งออกไปจากห้องเกิดเหตุ ชุดไต่สวนรีบออกไปตรวจค้นรูปภาพที่นำมาจากกล้องวงจรปิดรอบๆใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ เพื่อเจาะจงสัณฐานผู้ร้ายที่ชัดแจ้ง คาดว่ามือมีดน่าจะเป็นคนรู้จักกันกับคนเสียชีวิตหรือหุ้นส่วนทำธุรกิจร่วมกัน แต่ว่ากำเนิดขัดแย้งกันเองกระทั่งเกิดเหตุแทงกันเสียชีวิตสุดท้าย

ที่ สถานีตำรวจสุทธิสาร เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 24 เดือนพฤศจิกายน มีรายงานข่าวสารว่า ภายหลังจากผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ข้างสอบปากคำ สถานีตำรวจสุทธิสาร ลงพื้นที่หาหลักฐาน ตรวจทานรูปภาพจากกล้องวงจรปิด และก็สืบหาจากรอยเปื้อนหยดเลือดที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ ได้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุมีผู้ต้องสงสัยเป็นชายผิวขาว รูปร่างสูง ใส่หมวกแก๊ปสีดำ เสื้อยืดแขนสั้นสีแดง กางเกงยีนส์ ขึ้นรถรถแท็กซี่มาที่อพาร์ตเมนต์เกิดเหตุ เข้าไปที่ที่ทำงานของผู้เสียชีวิตเวลาราวๆ 17.00 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน และก็ออกมาเวลา 20.00 น. ด้วยลีลารีบร้อน ก่อนที่จะได้เดินทางไปยังบังกะโลบ้านพักไม่ไกลจุดเกิดเหตุเท่าไรนัก และก็มีรูปภาพจากกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งสามารถถ่ายภาพผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้ว่า ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์ที่มือขวา ทำให้มั่นใจว่าเป็นผลมาจากการต่อสู้กับผู้ตาย

ชุดสอบสวน สถานีตำรวจสุทธิสาร มั่นใจว่าผู้ต้องสงสัยจำต้องเดินทางไปรับการดูแลรักษาที่โรงหมอไหนซักที่ กระจัดกระจายกำลังผสานไปยังโรงหมอใกล้เคียงจุดเกิดเหตุจนได้ข้อมูลว่า มีชายคนจีนสัณฐานตรงกับผู้ต้องสงสัยพึ่งเข้ารักษาตัวที่โรงหมอพระราม 9 นำกำลังเดินทางไปตรวจทานรู้ชื่อนายคาน เจ้อ (Mr.kan zhe) อายุ 32 ปี มีรอยแผลลักษณะถูกของมีคมบาดที่มือขวาเป็นแผลฉกรรจ์ หมอจะต้องรีบนำตัวเข้าผ่าตัด และก็ให้พักรักษาตัวที่โรงหมอขั้นต่ำ 3 วัน ตำรวจก็เลยตามไปอายัดตัวรวมทั้งจัดกำลังเฝ้าตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน

รายงานข่าวสารยังเจาะจงเหตุว่า จากการไต่สวนพื้นฐาน นายคาน เจ้อ ยังไม่ยินยอมให้การอะไรก็แล้วแต่ถึงเหตุที่เกิดขึ้น แม้กระนั้นกล่าวถึงว่ารอยแผลที่มือขวามีต้นเหตุจากการทำอาหารแล้วถูกมีดบาด และก็ตนเองเพิ่งจะได้รับการผ่าตัดมา ถูกฉีดยาชาออกจะมากมายทำให้จำสถานะการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ค่อยได้ ขอให้ผ่านตอนพักฟื้นไปก่อนถึงจะให้การ ตำรวจ สถานีตำรวจสุทธิสาร กำลังติดต่อประสานงานเพื่อย้ายผู้ต้องหาไปรักษาตัวต่อที่ โรงพยาบาลตำรวจ

สอบปากคำนางเจิน ซูเหลียน อายุ 53 ปี เมีย นายฟาง ยาง เซิน คนเสียชีวิต กล่าวเพียงแต่สั้นๆว่า นายคาน เจ้อ เป็นเพื่อนคนจีนที่รู้จักคนเสียชีวิตมานานแล้วเท่านั้น

ข้างหลังเจอเพศผู้ถูกสงสัยแล้วก็ประมวลเรื่องราวจากข้อมูลปัจจุบัน ชุดสืบสาวมั่นใจว่าก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตรวมทั้งนายคาน เจ้อ เถียงทะเลาะเบาะแว้งกัน ก่อนใช้อาวุธมีดที่จัดแจงมาแทงคนเสียชีวิตขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานจนกระทั่งมีการต่อสู้กัน ทำให้นายฟาง ยาง เซิน เสียชีวิต และก็ผู้ต้องหารายนี้ได้รับบาดเจ็บจากมีดของตนเองด้วย

ด้าน พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนรุ่งเรือง รองผู้ประกาศ ตำรวจเปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก สถานีตำรวจสุทธิสาร ว่า ข้างหลังเกิดเหตุพนักงานที่ทำหน้าที่ในการสอบสวนเก็บรวบรวมหลักฐาน สืบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ร่วมกับหมอชันสูตรวินิจฉัยศพชายชนชาติจีนที่เสียชีวิต ประกอบสำนวนการไต่สวน ทั้งบอกเหตุและก็ผสานข้อมูลไปยังกองการต่างประเทศ สกองตรวจคนเข้าเมือง รวมทั้งสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชากรชาชนจีนประจำเมืองไทย เพื่อทำงานในส่วนที่เกี่ยว เดี๋ยวนี้ตำรวจรู้ตัวผู้ร้ายที่ก่อเหตุแล้ว พนักงานที่มีหน้าที่สอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกหมายจับ แล้วก็ตำรวจ
ข้างไต่สวนติดตามจนกระทั่งเจอเพศผู้ก่อเหตุ พื้นฐานเป็นชายชนชาติจีนรักษาตัวที่โรงหมอเขตพระราม 9 ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จัดกำลังเดินทางไปเฝ้าระหว่างคอยหมออนุญาตให้นำตัวไปจัดการตามขั้นตอนของข้อบังคับได้

รองผู้ประกาศ ตำรวจกล่าวต่อว่าต่อขาน จากการพิสูจน์สอบปากคำพื้นฐานคาดการณ์ว่า สิ่งที่ทำให้เกิดคดีมีต้นเหตุจากการทะเลาะเบาะแว้งหัวข้อการยืมเงินของคู่แค้นอีกทั้ง 2 ข้าง แต่ว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้ง จำต้องรอคอยเก็บรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวพัน คอยผลของการตรวจพิสูจน์ สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ แล้วก็จับตัวฆาตกรแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อปฏิบัติงานตามขั้นตอนของข้อบังคับถัดไป…